วันพุธที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

Saichuea: google@Fackbook

http://kamonsaichuea.blogspot.com/2011/02/googlefackbook.html?spref=bl: "google@Facebook"

google@Fackbook

google@Facebook

Saichuea: อยากฉลาดฟังดนตรีคลาสสิก

Saichuea: อยากฉลาดฟังดนตรีคลาสสิก

อยากฉลาดฟังดนตรีคลาสสิก



               แม้ท่วงทำนองจะซับซ้อนอาจฟังเข้าใจยาก แต่ดนตรีคลาสสิกยังมีประโยชน์ในการช่วยลดความเครียด พัฒนาทักษะการเรียนรู้ เสริมสร้างสมาธิ รวมถึงช่วยลดความเจ็บปวดได้

ที่เป็นเช่นนี้   เพราะดนตรีทำให้สมองทั้งซีกซ้ายและซีกขวาทำงานพร้อมกัน โดยจะกระตุ้นให้สมองสร้างเส้นใยสมองเพิ่มขึ้น และทำให้ผู้ฟังมีความสามารถคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล ซึ่งเป็นพื้นฐานในเรื่องวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และการคิดชั้นสูงต่อไป

               ตัวอย่างที่เห็นได้ คือ “อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์” ที่เริ่มเล่นดนตรีตั้งแต่ก่อน 6 ขวบ และดนตรีก็มีส่วนช่วยวางรากฐานระบบประสาทของเขาทั้งหมด ทำให้เขาเป็นอัจฉริยะทางด้านฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ในเวลาต่อมา

               หากเครียดจากสถานการณ์บ้านเมือง หรือจิตใจไม่สงบด้วยสาเหตุต่างๆ ลองผ่อนคลายด้วยดนตรีฟังสบายๆ ที่มีจังหวะใกล้เคียงกับการเต้นของหัวใจหรือประมาณ 60 ครั้งต่อนาที จะช่วยให้สมองปลอดโปร่ง ผ่อนคลาย ลดความตื่นเต้น ทั้งยังกระตุ้นการทำงานของสมองและความทรงจำ

อย่างเช่น เพลง “Canon in D major” ของ พาเคลเบล (Pachelbel) ซึ่งเป็นเพลงที่ถูกนำไปใช้กับโฆษณา และภาพยนตร์มากมาย เช่น My Sassy Girl ยายตัวร้ายกับนายเจี๋ยมเจี้ยม The Proposal ลุ้นรักวิวาห์ฟ้าแลบ หรือละครไทยสุดฮิตอย่าง “สูตรเสน่หา” เป็นต้น

วันพุธที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2554

โรคหวัด

                                              โรคหวัด
 เป็นโรคที่ไม่ร้ายแรง แต่ก็ทำให้ร่างกายสูญเสียพลังงาน
จนทำให้เกิ[คำไม่พึงประสงค์การอ่อนเพลีย รู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัว
 แนะนำว่าควรดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 2 ลิตร
 เพราะน้ำจะช่วยให้หายจากโรคหวัดได้
ดื่มน้ำอุ่น ช่วยละลายเสมหะในลำคอ
ดื่มน้ำเยอะ ๆ จะช่วยลดไข้ และทำให้ร่างกายเย็นลง
ดื่มน้ำช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ร่างกาย ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานดี
ดื่มน้ำช่วยล[คำไม่พึงประสงค์]าการติดเชื้อ และอักเสบ
ดื่มน้ำช่วยขจัดสารพิษออกจากร่างกาย ทำให้ฟื้นไข้เร็วขึ้น

สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคหวัด และอยากจะดื่มเครื่องดื่มที่มีรสชาติ

 แนะนำว่าควรจะเป็น น้ำผลไม้ เช่น น้ำส้ม น้ำฝรั่ง น้ำมะเขือเทศ
น้ำองุ่น น้ำสัปปะรด เพราะมีวิตามินซีสูงจะช่วยให้อาการโรคหวัดดีขึ้น

ใครที่อยากหายจากอาการโรคหวัดเร็ว ๆ ลองนำวิธีที่แนะนำไปใช้กันดูได้.

วันพฤหัสบดีที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2554

ข่าวลือก่อนหน้านี้อ้างว่า Google เตรียมเปิดบริการใหม่ที่เรียกว่า ” Google Me ” โดยเป้าหมายคือ โซเชียลเน็ตเวิร์กที่ทางบริษัทพัฒนาออกมาต่อกรกับ Facebook ข่าวดังกล่าวได้ถูกนำมาหยิบยกพูดถึงกันอีกครั้ง เมื่ออีริค ชมิดท์ ซีอีโอของ Google ได้เปิดเผยข้อมูลบางส่วนเกี่ยวกับบริการใหม่ที่ว่านี้
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา Eric Schmidt ซีอีโอ Google ได้ให้รายละเอิยดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการของบริษัท ซึ่งมีประเด็นหนึ่งที่ มีการนำมาขยายความกันต่อนั่นก็คือ แผนการเข้าสู่สมรภูมิโซเชียลเน็ตเวิร์ก โดยชมิดท์ได้ตอบคำถามที่ว่า โซเชียลเน็ตเวิร์กมีความสำคัญต่ออนาคตของ Google อย่างไร? และ Google จะต่อสู้กับคู่แข่งที่ยิ่งใหญ่และแข็งแรง (Facebook) ได้อย่างไร?
Schmidt กล่าวว่า “เรามองโซเชียลเน็ตเวิร์กแตกต่างจากทุกคนที่กำลังเขียนถึงมัน สิ่งที Google ต้องการคือ การทำให้ผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทมีประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้นโดยใช้ข้อมูล จากโซเชียลฯ สิ่งที่ดีที่สุดจะเกิดขึ้นถ้า Facebook เปิดเครือข่าย และให้เราเข้าไปใช้ข้อมูลนั้นได้ แต่ถึงแม้จะทำเช่นนั้นไม่ได้ เราก็มีวิธีอื่นๆ อีกมากมายที่จะทำให้ได้ข้อมูลเหล่านั้น เรากำลังพยายามเพิ่มองค์ประกอบของโซเชียลเน็ตเวิร์ก (เข้าไปในผลิตภัณฑ์หลัก) เพื่อทำให้ผลิตภัณฑ์ของ Google ดีขึ้น ด้วยการยินยอมจากผู้ใช้ โดยเฉพาะการที่เราสามารถรู้ได้ว่า ใครคือเพื่อนของคุณ เราจะสามารถแนะนำสิ่งที่ผู้ใช้แต่ละคนต้องการได้มีประสิทธิภาพกว่าเดิม รวมถึงคุณภาพการค้าหาที่ดีกว่าด้วย”
นอกจากคำกลาวของชมิดท์แล้ว แหล่งข่าวที่เคยทำงานกับ Google ได้พูดถึงบริการใหม่ว่า “Google Me ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ แต่มันเป็นเลเยอร์ของการทำงานแบบโซเชียลบนผลิตภัณฑ์ทั้งหมด (ฟังดูไม่ค่อยจะเห็นประโยชน์กับผู้ใช้สักเท่าไร)” นอกจากนี้แหล่งข่าวยังกล่าวว่า ” Google Me จะผลักดันให้เกิดกิจกรรมออนไลน์ของผู้ใช้ที่มาจากการใช้ผลิตภัณฑ์ของ Google ทั้งหมด โดยมี Google Buzz ที่จะได้รับการปัดฝุ่นใหม่ให้ทำหน้าที่่เป็นตัวกลาง แต่ปัจจุบัน Google Buzz ยังไม่ได้ทำงานร่วมกับ Google Apps” แม้จะยังไม่ชัดเจนว่า Google จะเดินหมากนี้อย่างไร แต่ที่แน่ๆ คือ ทางบริษัทคงจะไม่ยอมให้ Facebook ครองข้อมูล และส่วนแบ่งตลาดผู้ใช้ไปอย่างนี้นานๆ อย่างแน่นอน Google Me จะเป็นกาวประสานใจของผู้ใช้ทั่วโลกด้วย Google Apps และผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกมากมายที่ดีกว่า การใช้แอพฯ และแลกเปลียนความคิดเห็นกันใน Facebook หรือไม่? คงต้องติดตามกันต่อไป

วันจันทร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2554

ศูนย์การเรียน

ศูนย์การเรียน

          ศูนย์การเรียน (Learning Centers) หมายถึงสภาพแวดล้อมที่จัดสร้างขึ้น เพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนได้ใช้สื่อการเรียนต่างๆ เป็นกิจกรรมการเรียนขึ้นโดยความรับผิดชอบส่วนใหญ่ในการเรียนรู้เป็นของผู้เรียนเอง
          ศูนย์การเรียนอาจประกอบด้วยสื่อบางชิ้นของชุดสื่อประสม หรืออาจมีสื่อประสมครบชุด ศุนย์การเรียนแบบง่ายๆ อาจจัดขึ้นและนำไปใช้ในการเรียนบนโต๊ะของนักเรียนหรือสถานที่โล่งแจ้งที่ใดก็ได้ แต่สิ่งที่ควรคำนึงก็คือ ควรเป็นสถานที่ที่ทำให้ผู้เรียนมีสมาธิและไม่มีสิ่งอื่นรบกวน

                                              การนำไปใช้

           โดยทั่วไปศูนย์การเรียนใช้ในจุดมุ่งหมายเพื่อการสอนขั้นพื้นฐาน และเรียกชื่อแตกต่างกันไปตามจุดมุ่งหมาย เพื่อการเรียนการสอน ดังนี้                                            

            ศูนย์สนใจ (Interest center)  เป็นศูนย์ที่ส่งเสริมความสนใจ และความคิดสร้างสรรค์ เช่น การนำเอาสื่อต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องชีวิตของแมลงทั่วไปมารวมกันไว้ก่อนที่จะสอนเรื่องชีวิตของแมลงชนิดใดชนิดหนึ่งในห้องเรียน
           ศูนย์เรียนซ่อมเสริม (Remedial center) เป็นศูนย์สำหรับผู้เรียนที่ต้องการความช่วยเหลือในมโนมติหรือทักษะบางอย่างที่ขาดไป หรือเรียนไม่ทันผู้อื่น
           ศูนย์เรียนเสริม (Enrichment center)   เป็นศูนย์ที่รวมประสบการณ์การเรียนที่เพิ่ม

มากขึ้น จากความรู้ที่ผู้เรียนได้เรียนครบสมบูรณ์แล้ว จากการเรียนในห้องเรียนและต้องการเรียนรู้เรื่องที่เกี่ยวข้องมากขึ้น ตัวอย่างเช่น นักเรียนที่ทำแบบฝึกหัดคณิตศาสตร์เสร็จแล้ว ก็อาจให้ศึกษาในศูนย์การเรียนเรื่อง คอมพิวเตอร์ทำงานได้อย่างไร ได้

                              ประโยชน์และข้อจำกัดของศูนย์การเรียน
         
ประโยชน์  ผู้เรียนเรียนได้ด้วยตนเอง ผู้สอนที่นำศูนย์การเรียนมาใช้ก็ยังมีเวลาที่จะพบกับผู้เรียนเป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่มเล็กๆ รอบห้องเรียนที่ผู้เรียนอยู่ตามศูนย์การเรียนนั้นทำให้ครูสามารถให้คำแนะนำได้อย่างทั่วถึง และยังเป็นการกระตุ้นให้ผู้เรียนมีความรับผิดชอบในการเรียนของตนเอง และเรียนช้า หรือเร็วได้ตามความสามารถของตน นอกจากนั้นศูนย์การเรียนยังทำให้ผู้เรียนทุกคนได้ร่วมกิจกรรมและมีการตอบสนองด้วย                                                                                                            ข้อจำกัดของศูนย์การเรียน คือ ต้องใช้เวลาและแรงงานมากในการวางแผนและจัดทำขึ้นทั้งตัวศูนย์การเรียนและวัสดุที่จัดใส่ไว้ในศูนย์ ผู้สอนที่ใช้ศูนย์การเรียนจึงเป็นผู้จัดระเบียบบริหารห้องเรียนได้เป็นอย่างดี
                                 การดำเนินการใช้ศูนย์การเรียน

          ยุทธวิธีการใช้ศูนย์การเรียน เพื่อการเรียนการสอนนั้นมีหลายวิธี ผู้สอนควรแบ่งเวลาใน แต่ละศูนย์ให้พอเหมาะ ระยะเวลาที่ใช้ควรคำนึงถึงอายุของผู้เรียนด้วย การเปลี่ยนจากศูนย์หนึ่งไปยังอีกศูนย์หนึ่ง ควรทำเมื่อผู้เรียนได้ศึกษาศูนย์แรกได้ครบ และทำแบบฝึกหัดเสร็จสิ้นแล้ว ถ้า ใช้ศูนย์การเรียนภายในคาบหนึ่งหรือชั่วโมงหนึ่งควรเหลือเวลาไว้ประมาณ 10-15 นาที เพื่อการสรุป และอภิปราย และให้มีกิจกรรมติดตามผลหลังจากศึกษาศูนย์การเรียนนั้นสมบูรณ์แล้ว